ร่วมงานกับลลิล

logo-lalin-new3

LALIN • BLOG

วิธีลดเสียงกวนใจ จากเพื่อนข้างบ้าน

LIVING & LIFESTYLE

ปัญหาเสียงดังในทาวน์โฮมเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านที่มีผนังติดกันหรืออยู่ใกล้พื้นที่ส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงจากเพื่อนบ้าน เสียงสัตว์เลี้ยง หรือเสียงจากการก่อสร้าง ล้วนส่งผลต่อการพักผ่อนและความเป็นส่วนตัวได้

ปัญหาเสียงดังในทาวน์โฮมแก้ไขได้หรือไม่? คำตอบคือ แก้ไขได้ในหลายกรณี โดยควรเริ่มจากการตรวจสอบต้นเหตุ บันทึกช่วงเวลาที่เกิดเสียง พูดคุยกับเพื่อนบ้านอย่างสุภาพ และแจ้งนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข

บทความนี้จากลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (Lalin Property) จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุของเสียงรบกวน วิธีวัดระดับเสียง แนวทางปรับปรุงบ้านให้กันเสียงได้ดีขึ้น ตลอดจนขั้นตอนจัดการปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างสบายใจมากขึ้น

ทำความเข้าใจเสียงรบกวนในทาวน์โฮม

เสียงรบกวน คือเสียงที่ส่งผลต่อความสบายในการอยู่อาศัย ทำให้พักผ่อนได้ยาก ขาดสมาธิ หรือไม่สามารถใช้พื้นที่ภายในบ้านได้ตามปกติ โดยความรู้สึกรบกวนอาจแตกต่างกันตามประเภทของเสียง ระดับความดัง ระยะเวลา และช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

สำหรับบ้านทาวน์โฮม ปัญหาเสียงดังอาจเกิดขึ้นได้จากทั้งภายในและภายนอกบ้าน เนื่องจากบ้านแต่ละหลังอยู่ใกล้กัน เสียงจึงอาจผ่านช่องเปิด ผนัง หรือโครงสร้างบางส่วนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวได้

ประเภทของเสียงดังจากข้างบ้านที่พบบ่อย

1. เสียงเพลงและโทรทัศน์

เสียงจากลำโพง โทรทัศน์ หรือการสังสรรค์อาจดังต่อเนื่องจนรบกวนเพื่อนบ้านได้ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่สภาพแวดล้อมโดยรอบเงียบลง

2. เสียงก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน

เสียงเจาะผนัง ตอกตะปู ใช้สว่าน หรือเคลื่อนย้ายวัสดุ อาจทำให้บ้านข้างเคียงได้รับผลกระทบจากทั้งเสียงและแรงสั่นสะเทือน

3. เสียงสัตว์เลี้ยง

สุนัขเห่า แมวร้อง หรือสัตว์เลี้ยงส่งเสียงซ้ำเป็นเวลานาน อาจรบกวนการนอนและการทำงานที่บ้าน โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำ

4. เสียงจากพื้นที่ส่วนกลาง

เสียงพูดคุย รถยนต์ การปิดประตู หรือกิจกรรมบริเวณหน้าบ้าน อาจรบกวนบ้านที่อยู่ติดกันได้เช่นกัน

5. เสียงจากโครงสร้างบ้าน

เสียงเดิน เสียงกระแทก หรือแรงสั่นสะเทือนอาจส่งผ่านโครงสร้างอาคาร ทำให้ได้ยินเสียงจากพื้นที่ข้างเคียง แม้ต้นกำเนิดเสียงจะไม่ได้อยู่ติดกับผนังโดยตรง

ช่วงเวลาไหนที่เสียงมักรบกวนมากที่สุด?

ช่วงเวลาที่พบปัญหาบ่อย ได้แก่ ช่วงเช้าตรู่ เวลากลางคืน และยามวิกาล เนื่องจากเสียงบางประเภทอาจรบกวนการนอนหรือกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิเป็นพิเศษ

หากมีปัญหาเสียงดังจากเพื่อนบ้าน ควรบันทึกวันที่ เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด ตลอดจนความถี่ที่เกิดเหตุ เช่น เกิดขึ้นกี่ครั้งต่อสัปดาห์ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เห็นรูปแบบของปัญหาและใช้ประกอบการพูดคุยหรือร้องเรียนได้อย่างชัดเจน

เสียงดังส่งผลต่อการอยู่อาศัยอย่างไร?

ปัญหาเสียงรบกวนอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในหลายด้าน ได้แก่

  • การพักผ่อน: เสียงที่เกิดซ้ำอาจทำให้หลับยากหรือตื่นกลางดึก

  • การทำงาน: เสียงเพลงและเสียงพูดคุยอาจรบกวนสมาธิในการประชุมออนไลน์

  • ความเป็นส่วนตัว: เสียงที่ทะลุผ่านผนังอาจทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัวถูกรบกวน

  • ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน: หากไม่มีการพูดคุยอย่างเหมาะสม ปัญหาอาจสะสมจนเกิดความขัดแย้ง

  • ความพึงพอใจในการอยู่อาศัย: เมื่อบ้านไม่สามารถตอบโจทย์การพักผ่อนได้ อาจทำให้เกิดความเครียดในระยะยาว

ดังนั้น การแก้ปัญหาเสียงดังจึงควรพิจารณาทั้งการลดเสียงภายในบ้าน การจัดการต้นกำเนิดเสียง และการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง

วัดระดับเสียงและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ก่อนตัดสินใจติดตั้งวัสดุกันเสียงหรือร้องเรียน ควรตรวจสอบว่าเสียงมาจากแหล่งใด เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และมีระดับเสียงประมาณเท่าใด

วิธีวัดระดับเสียงด้วยโทรศัพท์มือถือ

เจ้าของบ้านสามารถใช้แอปวัดเสียง เช่น Sound Meter หรือ Decibel Meter เพื่อประเมินระดับเสียงเป็นเดซิเบล (dB) เบื้องต้นได้ โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. วางโทรศัพท์ไว้ในห้องที่ได้รับผลกระทบ เช่น ห้องนอนหรือห้องทำงาน

  2. วัดเสียงในช่วงที่ไม่มีเหตุรบกวน เพื่อเก็บข้อมูลระดับเสียงพื้นฐาน

  3. วัดซ้ำเมื่อเกิดเสียงดัง พร้อมบันทึกวันที่และช่วงเวลา

  4. ทำซ้ำหลายครั้งเพื่อดูว่าเสียงเกิดขึ้นเป็นประจำหรือเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว

  5. เก็บข้อมูลและคลิปเสียงไว้ประกอบการพูดคุยหรือแจ้งนิติบุคคล

ควรทราบว่าไมโครโฟนของโทรศัพท์แต่ละรุ่นมีความแม่นยำแตกต่างกัน แอปมือถือจึงเหมาะสำหรับการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่เครื่องมือยืนยันการละเมิดมาตรฐานทางกฎหมายโดยลำพัง

ระดับเสียงเท่าไรจึงถือเป็นเสียงรบกวน?

ประเทศไทยมีหลักเกณฑ์มาตรฐานระดับเสียงรบกวนภายใต้กฎหมายสิ่งแวดล้อม โดยเกณฑ์ทั่วไปกำหนดระดับเสียงรบกวนไว้ไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ ตามวิธีคำนวณที่กำหนด ทั้งนี้ ต้องแยกค่าระดับเสียงรบกวนออกจากระดับเสียงเฉลี่ยและระดับเสียงสูงสุด เพราะเป็นตัวชี้วัดคนละประเภท

การพิจารณาตามกฎหมายไม่ได้อาศัยตัวเลขจากแอปมือถือเพียงค่าเดียว หากมีเสียงดังต่อเนื่องและสร้างความเดือดร้อน ควรสอบถามหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินตามวิธีตรวจวัดที่เหมาะสม

นอกจากนี้ เสียงจากการก่อสร้างหรือกิจการบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับเวลา ระดับเสียง หรือการอนุญาต จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดที่ใช้บังคับกับสถานที่จริงก่อนสรุปว่าเสียงดังกล่าวผิดกฎหมาย

วิธีลดเสียงภายในบ้านให้เบาลง

หากยังไม่สามารถแก้ไขเสียงจากต้นทางได้ทันที การปรับปรุงบ้านอาจช่วยลดเสียงรบกวนและเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัยได้ โดยควรเลือกวิธีตามประเภทของเสียงและงบประมาณ

1. จัดเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดเสียงสะท้อน

การวางตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่บริเวณผนังที่ติดกับบ้านข้างเคียง อาจช่วยลดเสียงบางส่วนได้ในบางกรณี

หากห้องมีเสียงสะท้อนมาก ควรเพิ่มพรม ผ้าม่านหนา หรือแผ่นอะคูสติกภายในห้อง วัสดุเหล่านี้ช่วยดูดซับเสียงสะท้อนและทำให้เสียงภายในห้องนุ่มนวลขึ้น แต่ไม่สามารถป้องกันเสียงจากภายนอกได้ทั้งหมด

2. ซีลประตูและหน้าต่างให้แน่นขึ้น

เสียงสามารถลอดผ่านช่องว่างรอบวงกบประตู หน้าต่าง และช่องเปิดต่าง ๆ ได้ การติดตั้งยางซีลขอบประตูหรืออุดรอยต่ออย่างเหมาะสมจึงเป็นวิธีเบื้องต้นที่ควรพิจารณา

สำหรับบ้านที่มีเสียงจากถนนหรือบ้านข้างเคียงเข้ามาทางหน้าต่าง อาจพิจารณาเปลี่ยนเป็นหน้าต่างกันเสียงหรือกระจกหลายชั้น โดยควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน เพราะประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดกระจก กรอบหน้าต่าง การซีล และคุณภาพการติดตั้ง

3. ติดตั้งวัสดุกันเสียงบริเวณผนัง

หากเสียงจากเพื่อนบ้านผ่านผนังที่ติดกันอย่างชัดเจน ควรตรวจสอบโครงสร้างผนังและพิจารณาเพิ่มระบบกันเสียง เช่น

  • ฉนวนใยแร่หรือฉนวนอะคูสติกภายในผนัง

  • ผนังเสริมชั้นที่เพิ่มมวลและลดการส่งผ่านเสียง

  • แผ่นยิปซัมที่ใช้ร่วมกับโครงสร้างและวัสดุที่เหมาะสม

  • วัสดุซีลรอยต่อและช่องว่างที่เสียงสามารถลอดผ่านได้

ควรเปรียบเทียบราคาวัสดุ ค่าแรง ความหนาของผนังที่เพิ่มขึ้น และผลการลดเสียงที่คาดหวัง ไม่ควรเลือกวัสดุจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

สำหรับเสียงแรงสั่นสะเทือนจากการเจาะหรือกระแทก การเสริมฉนวนผนังอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลมากนัก เพราะเสียงอาจเดินทางผ่านโครงสร้างบ้าน จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนลงทุน

การสื่อสารกับเพื่อนบ้านและแจ้งนิติบุคคล

แม้ว่าการปรับปรุงบ้านจะช่วยลดเสียงบางประเภทได้ แต่การแก้ไขจากต้นทางมักตรงจุดกว่า หากเสียงเกิดจากพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยข้างเคียง การพูดคุยอย่างสุภาพจึงเป็นขั้นตอนที่ควรเริ่มต้นเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย

วิธีพูดคุยกับเพื่อนบ้านอย่างสุภาพ

ควรเลือกช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายสะดวก หลีกเลี่ยงการพูดคุยขณะที่กำลังโกรธหรือมีเสียงดังเกิดขึ้นอยู่ เพราะอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย

ตัวอย่างข้อความที่สามารถนำไปปรับใช้ได้

“สวัสดีค่ะ/ครับ ขออนุญาตแจ้งเรื่องเสียงที่ได้ยินจากบ้านนะคะ/ครับ ช่วงกลางคืนมีเสียงเข้ามาในห้องนอนค่อนข้างชัด ทำให้พักผ่อนได้ยาก ไม่ทราบว่าพอจะช่วยลดเสียงในช่วงเวลาดังกล่าวได้ไหม ขอบคุณมากค่ะ/ครับ”

แนวทางนี้ช่วยให้เพื่อนบ้านเข้าใจผลกระทบโดยไม่รู้สึกว่าถูกกล่าวหา และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องช่วงเวลาเงียบหรือแนวทางลดเสียงร่วมกัน

เมื่อพูดคุยแล้วไม่ได้ผล ควรแจ้งนิติบุคคลอย่างไร?

หากมีนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. รวบรวมบันทึกวันที่ เวลา และระยะเวลาที่เกิดเสียง

  2. แนบคลิปเสียงหรือวิดีโอที่บันทึกจากภายในบ้าน โดยคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล

  3. แจ้งรายละเอียดผลกระทบ เช่น รบกวนการนอน การทำงาน หรือเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง

  4. ขอให้นิติบุคคลช่วยประสานงานหรือดำเนินการตามข้อบังคับของโครงการ

  5. เก็บหลักฐานการแจ้งเรื่องและติดตามผลอย่างเหมาะสม

นิติบุคคลอาจช่วยประสานข้อพิพาทและดำเนินการตามข้อบังคับของโครงการได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่ไม่ได้มีอำนาจแทนหน่วยงานรัฐในทุกเรื่อง หากปัญหาเข้าข่ายเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น อาจต้องแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเพิ่มเติม

ตัวอย่างการบันทึกหลักฐานเสียงรบกวน

รายการ

ตัวอย่างข้อมูล

วันที่และเวลา

15 ตุลาคม เวลา 23.10–00.20 น.

แหล่งกำเนิดเสียง

คาดว่าเป็นเสียงเพลงจากบ้านติดกัน

ลักษณะเสียง

เสียงเบสและเสียงร้องดังต่อเนื่อง

ความถี่

เกิดขึ้น 4 วันในสัปดาห์เดียวกัน

ผลกระทบ

ตื่นกลางดึกและพักผ่อนได้ยาก

หลักฐาน

คลิปเสียง บันทึกเหตุการณ์ และการติดต่อที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างนี้เป็นเพียงรูปแบบการบันทึก ควรใช้วันที่และรายละเอียดตามเหตุการณ์จริง ไม่ควรแต่งเติมข้อมูลเพื่อใช้ร้องเรียน

ปรับใช้มาตรการเมื่อปัญหารุนแรงหรือเรื้อรัง

หากปัญหาเสียงรบกวนยังดำเนินต่อไป แม้พูดคุยและแจ้งนิติบุคคลแล้ว ควรพิจารณาขั้นตอนเพิ่มเติมตามประเภทของแหล่งกำเนิดเสียง

  • เสียงจากบ้านข้างเคียง: ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสอบถามแนวทางตรวจสอบเหตุเดือดร้อนรำคาญ

  • เสียงจากการก่อสร้างหรือกิจการ: สอบถามหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับเวลาอนุญาต เงื่อนไขการทำงาน และมาตรฐานเสียงที่เกี่ยวข้อง

  • เสียงที่ต้องตรวจวัดอย่างเป็นทางการ: ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีเครื่องมือและดำเนินการตามวิธีตรวจวัดที่กำหนด

  • ข้อพิพาทที่ไม่สามารถตกลงกันได้: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบและทางเลือกในการดำเนินการ

ในกรุงเทพมหานคร สามารถสอบถามช่องทางร้องเรียนผ่านศูนย์รับแจ้งทุกข์ กทม. หมายเลข 1555 หรือระบบ Traffy Fondue ได้ โดยควรระบุสถานที่ ประเภทเสียง วันเวลา และหลักฐานให้ครบถ้วน

สำหรับพื้นที่อื่น ควรติดต่อเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือสำนักงานเขตที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น

หากมีเหตุคุกคามหรือเสี่ยงต่อความปลอดภัย ไม่ควรเผชิญหน้าด้วยตนเอง ให้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแทน

ปัญหาเสียงดังที่พบบ่อยและวิธีแก้แบบรวบรัด

เพื่อนบ้านเปิดเพลงดังกลางคืน

เริ่มจากพูดคุยเชิงมิตรและขอให้ลดเสียงในช่วงเวลาที่ต้องการพักผ่อน หากเกิดซ้ำควรบันทึกหลักฐานและแจ้งนิติบุคคล พร้อมตรวจสอบช่องทางร้องเรียนที่เหมาะสมตามพื้นที่

การก่อสร้างหรือซ่อมแซมเสียงดัง

สอบถามกำหนดเวลาทำงานและข้อบังคับของหมู่บ้านก่อน หากสงสัยว่าการก่อสร้างต้องขออนุญาตแต่ไม่ได้ดำเนินการ ควรติดต่อหน่วยงานควบคุมอาคารในพื้นที่ เพราะงานแต่ละประเภทมีเงื่อนไขแตกต่างกัน ไม่ใช่งานซ่อมทุกชนิดต้องขอใบอนุญาต

สัตว์เลี้ยงเห่าหรือร้องดัง

แจ้งเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่ามีเสียงรบกวนในช่วงเวลาใด และหารือแนวทางลดเสียง เช่น ลดสิ่งกระตุ้น ฝึกพฤติกรรม หรือปรับพื้นที่เลี้ยงสัตว์ หากยังมีปัญหาให้บันทึกเหตุการณ์และประสานนิติบุคคลตามขั้นตอน

ติดตั้งวัสดุกันเสียงแล้ว แต่เสียงยังดังอยู่

ควรตรวจสอบว่ามีเสียงลอดผ่านประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือส่งผ่านโครงสร้างบ้านหรือไม่ การเพิ่มวัสดุเฉพาะผนังอาจไม่ช่วยหากแหล่งเสียงเดินทางผ่านส่วนอื่น จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อนเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สรุปและขั้นตอนต่อไปสำหรับผู้อยู่อาศัย

ปัญหาเสียงดังในทาวน์โฮมมีแนวทางแก้ไขได้หลายวิธี แต่ควรเลือกวิธีตามแหล่งกำเนิดและระดับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงภายในบ้าน การติดตั้งระบบกันเสียง การพูดคุยกับเพื่อนบ้าน หรือการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหา แนะนำให้เริ่มจาก 3 ขั้นตอนนี้

  1. ตรวจสอบและบันทึกเสียง เพื่อให้ทราบว่าเสียงเกิดขึ้นเมื่อใด บ่อยแค่ไหน และมาจากบริเวณใด

  2. แก้ไขจากต้นทางก่อนเมื่อทำได้ ด้วยการพูดคุยอย่างสุภาพและประสานนิติบุคคล

  3. ปรับปรุงบ้านหรือร้องเรียนตามความจำเป็น โดยเลือกวิธีที่เหมาะสมกับประเภทเสียงและความรุนแรง

สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อบ้านใหม่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ แนะนำให้พิจารณาสภาพแวดล้อมรอบโครงการ ตำแหน่งบ้าน ความเป็นส่วนตัว และแหล่งกำเนิดเสียงใกล้เคียงควบคู่กับการเลือกแบบบ้าน เพราะการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่อาศัยอาจช่วยลดปัญหาที่ต้องแก้ไขภายหลังได้

แหล่งข้อมูลและเครื่องมือช่วยเหลือ

  • กรมควบคุมมลพิษ: เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ สำหรับศึกษากฎหมายและมาตรฐานด้านเสียง รวมถึงข้อมูลการตรวจวัดเสียงรบกวน

  • กรุงเทพมหานคร: เว็บไซต์กรุงเทพมหานคร สำหรับตรวจสอบช่องทางร้องเรียนและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

  • Traffy Fondue: ระบบแจ้งปัญหาเมือง สำหรับตรวจสอบช่องทางแจ้งปัญหาและติดตามเรื่องในพื้นที่ที่รองรับ

  • แอปวัดเสียง: ค้นหาแอป Sound Meter หรือ Decibel Meter ที่รองรับโทรศัพท์ของคุณ โดยตรวจสอบความน่าเชื่อถือและข้อจำกัดของแอปก่อนใช้งาน

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านอะคูสติก: เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการประเมินแหล่งกำเนิดเสียง ออกแบบผนังกันเสียง หรือเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่ากรณีใดผิดกฎหมาย และไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะบุคคล ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานที่มีอำนาจก่อนดำเนินการ

แชร์โพสต์นี้
คำนวณเงินกู้