บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปี 2569 โชว์ยอดรับรู้รายได้ที่ 663.36 ล้านบาท ฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าราว 10% และมีตัวเลขกำไรสุทธิประจำไตรมาสทั้งสิ้น 96.36 ล้านบาท ฟื้นตัวขึ้นกว่า 30% ในขณะที่งบการเงินยังคงแสดงถึงการรักษาระเบียบวินัยทางการเงิน และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ระดับหนี้ที่ต่ำ ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.11 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ราว 6.1%
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวถึงสภาวะตลาดอสังหาฯ โดยรวม น่าจะ Bottom Out ไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก ในช่วงที่เหลือของปีต่อเนื่องปีหน้า ตลาดมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ หากไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ อะไรเข้ามากระทบเพิ่มเติม สำหรับลลิลฯ ผลประกอบการในไตรมาสสองที่ผ่านมา มียอดรับรู้รายได้ทั้งสิ้น 663.36 ล้านบาท ซึ่งฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสแรกราว 10% ในขณะที่การบริหารต้นทุนด้านต่างๆ ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการบริหารต้นทุนการก่อสร้าง การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร สามารถบริหารจัดการได้เป็นไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้ จึงจะเห็นว่าตัวเลข Operating Performance Ratios ต่างๆ ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 38.6% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ตัวเลขค่าใช้จ่ายทางด้านการขายต่อยอดรับรู้รายได้ (Selling Expenses/Revenues) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ราว 7.1% ในขณะที่ตัวเลขค่าใช้จ่ายการบริหารต่อยอดรับรู้รายได้ (GA Expenses/Revenues) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 8.9% ซึ่งจากตัวเลขอัตราส่วนทางการเงินดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการบริหารงานที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จึงส่งผลให้กำไรสุทธิมีการฟื้นตัวได้ดีขึ้นมากจากไตรมาสแรก โดยในไตรมาสสองนี้บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 96.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นการฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสแรกกว่า 30%
ในแง่ของงบดุลไตรมาสสองที่ประกาศออกมา ยังแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และฐานะการเงินที่แข็งแกร่งไว้ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานซึ่งถือเป็น DNA ของทางบริษัท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ 0.83 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนสุทธิ (Net D/E ratio) ที่เพียง 0.64 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยในช่วงปีเศษที่ผ่านมา บริษัทสามารถที่จะชำระคืนหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินที่ครบกำหนดไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังคงมีวงเงิน Committed Line จากธนาคารพาณิชย์พันธมิตรหลายแห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีlสถานะการเงินและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง และแสดงถึงการบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างรัดกุม
ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.11 บาท ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ต่อเนื่องติดต่อกันมาทุกปี แล้วเกือบ 25 ปี นับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยได้กำหนดวัน Record Date ผู้มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งการประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราดังกล่าว เมื่อเทียบกับระดับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน คิดเป็น Dividend Yield ทั้งปีที่ราว 6.1%
สอบถามและชมข้อมูล ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1778 หรือ www.lalinproperty.com